โรคปอดอักเสบ


โรคปอดอักเสบ (pneumonitis)

มีสาเหตุ2ประการได้แก่

  1. 1. ปอดอักเสบจากการติดเชื้อ เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย​ และเชื้อรา
  2. 2. ปอดอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เช่น​ สารที่ก่อการระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ

 

โรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อพบบ่อยในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ และผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และยังพบได้ในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้ คือ​ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง​ โรคไตวายเรื้อรัง​  ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV  ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ​ ผู้ป่วยที่ได้เคมีบำบัด หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกันเป็นเวลานาน

วิธีการติดเชื้อ

–    การไอ จาม หรือหายใจรดกัน

–    การสำลักเชื้อที่อยู่บริเวณทางเดินหายใจส่วนบนลงสู่ปอด

–    การลุกลามจากการติดเชื้อที่อวัยวะข้างเคียงปอด เช่น เป็นฝีในตับแตกเข้าสู่เนื้อปอด

การวินิจฉัยโรค​ปอดอักเสบ

วินิจฉัยจากประวัติ​ อาการ​ การตรวจร่างกาย​ เอกซเรย์ปอดและการตรวจทางห้องปฏิบัติการได้แก่​ การตรวจเม็ดเลือด​ การตรวจและเพาะเชื้อจากเสมหะและเลือด​ การตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น การทำเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) 

 

อาการของโรคปอดอักเสบ

–    ไข้​ ไอมีเสมหะ​ เจ็บหน้าอกขณะหายใจหรือไอ​ หายใจเร็ว​หอบและหายใจลำบาก

–    ผู้สูงอายุอาจมีอาการซึม​ สับสน อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ

–    เด็กเล็กอาจมีท้องอืด อาเจียน ซึม ไม่ดูดนมหรือน้ำ

การรักษาโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อ

–    การให้ยาปฏิชีวนะ ใช้ในกรณีของการติดเชื้อแบคทีเรีย

–    การรักษาแบบประคับประคองตามอาการ สำหรับผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส และเชื้ออื่นๆ

การป้องกัน​

–  แนะนำฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (Flu vaccine) และวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ (Pneumococcal vaccine) สำหรับ​ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงคือ​ เด็กเล็ก ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีภาวะภูมิต้านทานต่ำหรือมีโรคเรื้อรังบางอย่าง

 

ข้อปฏิบัติตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรค

– หมั่นล้างมือเป็นประจำ

– หลีกเลี่ยงสถานที่มีผู้คนหนาแน่น

– หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ควันพิษ​ต่างๆ

– สร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงโดยนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานผักและผลไม้ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

โรคปอดอักเสบ (pneumonitis)

มีสาเหตุ2ประการได้แก่

  1. 1. ปอดอักเสบจากการติดเชื้อ เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย​ และเชื้อรา
  2. 2. ปอดอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เช่น​ สารที่ก่อการระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ

โรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อพบบ่อยในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ และผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และยังพบได้ในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้ คือ​ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง​ โรคไตวายเรื้อรัง​  ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV  ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ​ ผู้ป่วยที่ได้เคมีบำบัด หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกันเป็นเวลานาน

วิธีการติดเชื้อ

–    การไอ จาม หรือหายใจรดกัน

–    การสำลักเชื้อที่อยู่บริเวณทางเดินหายใจส่วนบนลงสู่ปอด

–    การลุกลามจากการติดเชื้อที่อวัยวะข้างเคียงปอด เช่น เป็นฝีในตับแตกเข้าสู่เนื้อปอด

การวินิจฉัยโรค​ปอดอักเสบ

วินิจฉัยจากประวัติ​ อาการ​ การตรวจร่างกาย​ เอกซเรย์ปอดและการตรวจทางห้องปฏิบัติการได้แก่​ การตรวจเม็ดเลือด​ การตรวจและเพาะเชื้อจากเสมหะและเลือด​ การตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น การทำเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) 

อาการของโรคปอดอักเสบ

–    ไข้​ ไอมีเสมหะ​ เจ็บหน้าอกขณะหายใจหรือไอ​ หายใจเร็ว​หอบและหายใจลำบาก

–    ผู้สูงอายุอาจมีอาการซึม​ สับสน อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ

–    เด็กเล็กอาจมีท้องอืด อาเจียน ซึม ไม่ดูดนมหรือน้ำ

การรักษาโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อ

–    การให้ยาปฏิชีวนะ ใช้ในกรณีของการติดเชื้อแบคทีเรีย

–    การรักษาแบบประคับประคองตามอาการ สำหรับผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส และเชื้ออื่นๆ

การป้องกัน​

–  แนะนำฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (Flu vaccine) และวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ (Pneumococcal vaccine) สำหรับ​ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงคือ​ เด็กเล็ก ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีภาวะภูมิต้านทานต่ำหรือมีโรคเรื้อรังบางอย่าง

ข้อปฏิบัติตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรค

– หมั่นล้างมือเป็นประจำ

– หลีกเลี่ยงสถานที่มีผู้คนหนาแน่น

– หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ควันพิษ​ต่างๆ

– สร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงโดยนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานผักและผลไม้ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ